ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ การเลือกนำเข้าสินค้าจากจีน ผ่านช่องทางออนไลน์

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ การเลือกนำเข้าสินค้าจากจีน ผ่านช่องทางออนไลน์

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ การเลือกนำเข้าสินค้าจากจีน ผ่านช่องทางออนไลน์

            ธุรกิจนำเข้าสินค้ามาขายได้รับความนิยมสูงสุด การนำเข้าสินค้าจากจีน ก็นับเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน เนื่องจากมีสินค้าให้เลือกมากมายหลายประเภท มีราคาที่ไม่แพง จึงช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก แต่ข้อสำคัญคือต้องเลือกร้านค้านำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพดีด้วย ไม่ใช่เน้นเพียงแต่ราคาที่ถูกเท่านั้น

เบญจมาศ ไชยวงศ์ ที่ปรึกษาการนำเข้าสินค้าจากจีนออนไลน์ เล่าว่า คนไทยนิยมนำเข้าสินค้าออนไลน์จากจีนมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว หากสั่งสินค้าจำนวนมากก็จะยิ่งได้ราคาดี ซึ่งสินค้ายอดนิยมที่คนไทยนำเข้ามาขาย เป็นสินค้าประเภทไอที สินค้าประเภทแม่และเด็ก ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ไปจนถึงสินค้าที่เกี่ยวกับประดับยนต์ และสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ

ที่ปรึกษาการนำเข้าสินค้าจากจีนผ่านช่องทางออนไลน์ ควรตรวจสอบให้ดี

“การนำเข้าสินค้าจากจีนผ่านช่องทางออนไลน์ มักจะมีเครดิตบอกไว้เสมอ” ที่ปรึกษากล่าว ซึ่งสามารถดูตรงนี้ในเบื้องต้นได้ นอกจากนี้เวลาสั่งสินค้าเข้ามา ไม่ควรสั่งทีเดียวเยอะ ๆ แต่ให้สั่งซื้อเพื่อมาทดลองดูคุณภาพเบื้องต้น ก่อนสั่งสินค้าจริงเข้ามา

นอกจากนี้ ที่ปรึกษายังให้คำแนะนำอีกว่า คนที่ไม่เคยนำเข้าสินค้าจากจีนมาก่อน หรือไม่เคยสัมผัสกับสินค้าจีนจริง ๆ มาก่อนเลย อาจมีความคิดฝังหัวแบบเดิมว่า สินค้าจากจีนเป็นของที่นำมาใช่งานได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าจากจีนที่มีคุณภาพยังมีอีกเยอะ แต่ต้องสังเกตดูให้ดี อย่างสินค้าแบรนด์ชื่อดังต่าง ๆ ที่เรารู้จักก็ผลิตในจีนเช่นกัน

การนำเข้าสินค้าจากจีนทุกวันนี้เป็นเรื่องง่ายดาย

เหตุผลที่คนไทยนิยมการนำเข้าสินค้าจากจีนมาอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากสินค้าจีนสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ จึงขายออกได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีความทันสมัย ทำให้ทุกวันนี้ช่องทางการนำเข้าสินค้าออนไลน์ ก็มีให้เลิอกหลากหลายช่องทาง อาทิ อาลีบาบา, เถาเป่า, ทีมอลล์, อาลีเอ็กซ์เพรส ซึ่งแต่ละเว็บไซต์จะมีจุดเด่นและความแตกต่างกันออกไป

ต้นทุกการนำเข้าสินค้าจากจีน กับต้นทุนส่งออกสินค้าไทยไปจีน แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม คนไทยส่วนหนึ่งที่นำเข้าสินค้าจากจีน ผ่านช่องทางออนไลน์ มีความต้องการที่จะขายสินค้าผ่านออนไลน์เป็นหลัก แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขเหล่านี้ประกอบด้วย เป็นเพราะว่าต้นทุนสินค้าไทยที่ส่งไปจีนจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30-50

Continue Reading

ทรงคุณค่า เพราะสิ่งนี้คือภาพวาดราคาแพงที่สุดในโลก

ทรงคุณค่า เพราะสิ่งนี้คือภาพวาดราคาแพงที่สุดในโลก

ทรงคุณค่า เพราะสิ่งนี้คือภาพวาดราคาแพงที่สุดในโลก

            หากใครติดตามข่าวสารการประมูลศิลปะในต่างประเทศ จะรู้ว่าผู้เข้าร่วมประมูลส่วนใหญ่ที่ได้ไป ส่วนมากเป็นมหาเศรษฐีชาวอาหรับ และจีน เป็นหลัก โดยเฉพาะภาพวาด หรือสิ่งของเครื่องใช้ และผลงานศิลปะโบราณ ที่มีราคาสูงมาก

สำหรับภาพวาดของจิตกรชื่อดัง จะมีคุณค่าทางศิลปะที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ส่งผลให้มีราคาแพงมากขึ้นตามไปด้วย เพราะไม่สามารถหาได้จากที่ไหนในโลกได้อีกแล้ว ภาพวาดดังต่อไปนี้ จึงมีราคาแพงที่สุดในโลกไปโดยปริยาย

ภาพวาดที่แพงที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ได้แก่ “When Will You Marry”

ผลงานภาพวาดชิ้นนี้ เป็นของศิลปินชาวฝรั่งเศส นามว่าปินปอล โกแก็ง (Paul Gauguin) ซึ่งถูกวาดขึ้นในปี 2525 เป็นภาพที่มีผู้หญิงชาวตาฮิเตียน 2 คน จากหมู่เกาะตาฮิติ แภบมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ โดยภาพนี้มีผู้ประมูลได้ไปคือนักสะสมชาวสวิสด้วยราคาเกือบ 300  ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นเงินไทยก็ประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาทเท่านั้นเอง

อันดับ 2 ได้แก่ภาพวาดนามว่า “The Card Players”

ผลงานภาพวาดชิ้นนี้ ถูกประมูลได้ไปในราคา 274 ล้านดอลลาร์ (เป็นเงินไทยประมาณ 9,000 ล้านบาท) โดยสมาชิกราชวงศ์กาตาร์ประมูลไปด้วย ภาพวาด The Card Players คือหนึ่งในผลงานของ “ปอล เซซาน” โดยทำการวาดขึ้นที่แถวบ้านของเขาเอง ภายในภาพประกอบด้วยชายคน 2 คนนั่งเล่น สำหรับภาพวาดในซีรี่นี้นี้มี 5 ภาพด้วยกัน แต่ภาพนามว่า “The Card Players” มีราคาแพงที่สุด

อันดับ 3 ได้แก่ “No. 6 (Violet, Green and Red”

ผลงานภาพวาดชิ้นนี้ เป็นของศิลปินชาวอเมริกันผู้มีเลือดยิว-รัสเซีย นามว่า “มาร์ก รอทโก” ซึ่งถือเป็นผู้ที่ริเริ่มสร้างผลงานศิลปะแนว “Abstract Expressionism” ขึ้นมาให้ชาวโลกได้รู้จัก สำหรับภาพนี้มีราคาอยู่ที่ 186 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ6,200 ล้านบาท) ถูกประมูลได้ไปโดยมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย นามว่า “ดิมิทรี ไรโบลอฟเลฟ”

แล้วก็มาถึงผลงานของศิลปินท่านนี้ ที่หลายคนต้องรู้จัก นั่นคือ “ปาโบล ปีกัสโซ” ซึ่งผลงานภาพวาดในซีรีย์ Les femmes d’Alger นั้นมีอยู่ด้วยกัน 15 ภาพ ซึ่งในจำนวนนี้ ภาพวาดชื่อ “Version O” ติดอยู่ในอันดับ 4 ด้วยราคาที่สูงถึง 179.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือเป็นเงินไทยประมาณ 6,000 ล้านบาท)

Continue Reading

ผืนป่าเมืองไทยเข้าขั้นวิกฤต เหลือพื้นที่เพียง 32%

ผืนป่าเมืองไทยเข้าขั้นวิกฤต เหลือพื้นที่เพียง 32%

ผืนป่าเมืองไทยเข้าขั้นวิกฤต เหลือพื้นที่เพียง 32%

            เมื่อ 70 กว่าปีก่อน หรือราว ๆ 70 กว่าปีก่อน พื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยมีอยู่ทั้งสิ้น 54% ของพื้นที่รวมทั้งหมดของประเทศประมาณ 171 ล้านไร่ แต่ทว่า จากผลการสำรวจในทุกวันนี้เผยให้เห็นถึงพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยที่หลงเหลืออยู่เพียงประมาณ 32% เท่านั้น หรือเท่ากับว่า พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยทั้งหมด ได้ลดลงไปเกือบครึ่งในช่วงเวลา 60 ปีที่ผ่านมา

หลายจังหวัดที่เคยมีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ก็ลดน้อยลงไปทุกวัน ทั้งจากการตัดไม้ทำลายป่า การเพิ่มขึ้นของประชากร และการทำการเกษตรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชเชิงเดี่ยว จึงทำให้พื้นที่ป่าส่วนมากถูกทำลายลงด้วยกระแสของทุนนิยมต่าง ๆ อาทิ ส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพดในจังหวัดน่าน และการเติบโตของอุตสาหกรรมมากมาย ที่ถึงแม้จะช่วยสร้างความเจริญให้แค่ไหนแต่ก็ยังก่อให้เกิดมลพิษอยู่ดี อีกทั้งพื้นที่ป่ายังคงถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยอื่น ๆ อีก ถึงแม้จะมีโครงการฟื้นฟูป่าแต่คงตามปัญหาเหล่านี้ไม่ทัน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ล้วนส่งผลกระทบต่อผืนป่าและธรรมชาติ

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาผืนป่าและธรรมชาติอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นผู้สร้างผลกระทบโดยตรง รวมถึงเป็นผู้ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยสามารถหยิบยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้คือ เมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ขึ้นไปชมบรรยากาศบนยอดเขา สิ่งที่จะตามมาคือความต้องการที่พักสะดวกสบายที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิดการสร้างที่พักเพื่อตอบสนองความต้องการแก่นักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ทำให้หน้าตาของผืนป่าทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ป่าไม้ ที่เต็มไปด้วยการก่อสร้างห้องพักแน่นขนัด และนับวันจะขยับขยายกินพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ไล่ตั้งแต่ยอดเขาไปจนถึงไหล่เขา

จังหวัดที่มีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุด

โดยส่วนมากจะเป็นจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันตก ประกอบไปด้วย

– แม่ฮ่องสอน 87% – ตาก 72% – ลำปาง 71%- เชียงใหม่ 70%

– แพร่ 64% – กาญจนบุรี 62% – น่าน 61% – เพชรบุรี 57%

– ลำพูน 57% – อุตรดิตถ์ 56%

จะเห็นได้ว่า ปัญหาผลกระทบของการท่องเที่ยวที่มีต่อผืนป่าและธรรมชาตินั้น ไม่ใช่เพียงแค่ทัศนียภาพที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยอีกด้วย ดังนั้นการแก้ปัญหาและการ “จัดระเบียบ” จึงต้องทำให้ทันการณ์ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้

Continue Reading
1 2 3 6