ผืนป่าเมืองไทยเข้าขั้นวิกฤต เหลือพื้นที่เพียง 32%

ผืนป่าเมืองไทยเข้าขั้นวิกฤต เหลือพื้นที่เพียง 32%

ผืนป่าเมืองไทยเข้าขั้นวิกฤต เหลือพื้นที่เพียง 32%

            เมื่อ 70 กว่าปีก่อน หรือราว ๆ 70 กว่าปีก่อน พื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยมีอยู่ทั้งสิ้น 54% ของพื้นที่รวมทั้งหมดของประเทศประมาณ 171 ล้านไร่ แต่ทว่า จากผลการสำรวจในทุกวันนี้เผยให้เห็นถึงพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยที่หลงเหลืออยู่เพียงประมาณ 32% เท่านั้น หรือเท่ากับว่า พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยทั้งหมด ได้ลดลงไปเกือบครึ่งในช่วงเวลา 60 ปีที่ผ่านมา

หลายจังหวัดที่เคยมีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ก็ลดน้อยลงไปทุกวัน ทั้งจากการตัดไม้ทำลายป่า การเพิ่มขึ้นของประชากร และการทำการเกษตรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชเชิงเดี่ยว จึงทำให้พื้นที่ป่าส่วนมากถูกทำลายลงด้วยกระแสของทุนนิยมต่าง ๆ อาทิ ส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพดในจังหวัดน่าน และการเติบโตของอุตสาหกรรมมากมาย ที่ถึงแม้จะช่วยสร้างความเจริญให้แค่ไหนแต่ก็ยังก่อให้เกิดมลพิษอยู่ดี อีกทั้งพื้นที่ป่ายังคงถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยอื่น ๆ อีก ถึงแม้จะมีโครงการฟื้นฟูป่าแต่คงตามปัญหาเหล่านี้ไม่ทัน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ล้วนส่งผลกระทบต่อผืนป่าและธรรมชาติ

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาผืนป่าและธรรมชาติอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นผู้สร้างผลกระทบโดยตรง รวมถึงเป็นผู้ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยสามารถหยิบยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้คือ เมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ขึ้นไปชมบรรยากาศบนยอดเขา สิ่งที่จะตามมาคือความต้องการที่พักสะดวกสบายที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิดการสร้างที่พักเพื่อตอบสนองความต้องการแก่นักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ทำให้หน้าตาของผืนป่าทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ป่าไม้ ที่เต็มไปด้วยการก่อสร้างห้องพักแน่นขนัด และนับวันจะขยับขยายกินพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ไล่ตั้งแต่ยอดเขาไปจนถึงไหล่เขา

จังหวัดที่มีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุด

โดยส่วนมากจะเป็นจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันตก ประกอบไปด้วย

– แม่ฮ่องสอน 87% – ตาก 72% – ลำปาง 71%- เชียงใหม่ 70%

– แพร่ 64% – กาญจนบุรี 62% – น่าน 61% – เพชรบุรี 57%

– ลำพูน 57% – อุตรดิตถ์ 56%

จะเห็นได้ว่า ปัญหาผลกระทบของการท่องเที่ยวที่มีต่อผืนป่าและธรรมชาตินั้น ไม่ใช่เพียงแค่ทัศนียภาพที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยอีกด้วย ดังนั้นการแก้ปัญหาและการ “จัดระเบียบ” จึงต้องทำให้ทันการณ์ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้

Continue Reading

ออกแบบ packaging สำหรับสุราพื้นบ้าน

ออกแบบ packaging สำหรับสุราพื้นบ้าน

ออกแบบ packaging สำหรับสุราพื้นบ้าน

            สำหรับการออกแบบ packaging เพื่อ “สุรา” นอกเหนือจากการใช้บรรจุภัณฑ์เป็นที่บรรจุเก็บรักษาสินค้าตามหน้าที่แล้ว ยังช่วยรักษาคุณภาพของสุรา อีกทั้งยังช่วยให้ง่ายต่อการนำออกมาบริโภคได้ตามความาต้องการ

ทุกวันนี้ วัสดุที่ใช้ออกแบบ packaging เพื่อสุราก็มีอยู่หลากหลายอย่าง อาทิ ขวดแก้ว เครื่องปั้นดินเผา ขวดเจียระไนคริสตัล ซอง ถุง กล่อง และถุงในกล่อง แต่ที่นิยมใช้กัน หลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

ใช้ขวดแก้ว สำหรับออกแบบ packaging  เพื่อสุรา

ขนาดของขวดแก้วที่นำมาใช้ออกแบบ packaging  ที่ใช้บรรจุสุราหรือเบียร์มีอยู่ด้วยกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขวดใหญ่ ขนาด 750 ซีซีหรือมิลลิลิตร ขวดเบียร์ขนาดใหญ่ 630 ซีซี และขวดเล็ก 330 ซีซี ส่วนสุราขวดเล็กกว่านี้จะใช้เป็นขวดแก้วแบนขนาด 375 ซีซี สำหรับสีที่นิยมใช้มีทั้ง สีใส สีอำพัน และสีเขียว นอกเหนือจากสีเหล่านี้แล้ว เทคโนโลยีด้านการผลิตขวดสีก็ได้ก้าวไกลไปอีกขั้น ด้วยกรรมวิธีใช้เม็ดสีผสมเข้าไปในเนื้อแก้วเพื่อผลิตขวดแก้วเป็นสีใดก็ได้ตามต้องการ

การตกแต่งขวดแก้วเพื่อใช้ออกแบบ packaging นั้น ทำได้หลากหลายวิธี เช่น การตกแต่งขวดแก้วขั้นพื้นฐานที่สุด คือ การแกะสลักลายหรือวาดลวดลายลงไปในเนื้อแก้ว (Embossing/Engraving) ที่สำคัญลายนูนที่ปรากฏบนผิวขวดยังสามารถปั๊มสีโลหะได้อีกด้วย ส่วนการตกแต่งยังไงให้ดูมีราคา คือ การพ่นทรายงลงไปทำให้ขวดแก้วทึบแสง นอกจากเป็นการสร้างความแปลกใหม่ได้อย่างดีแล้ว ยังช่วยถนอมอายุของสุราอีกด้วย

“ฉลาก” สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบ packaging เพื่อสุรา

การออกแบบ packaging ต้องคำนึงถึงฉลากของสุราชนิดนั้นด้วย ยกตัวอย่าง ก่อนที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจเลือกซื้อไวน์สักขวด ส่วนใหญ่จะอ่านรายละเอียดบนฉลากเสมอ เพื่อทราบถึงยี่ห้อ สายพันธุ์ขององุ่นที่ใช้ผลิตไวน์ รวมถึงแหล่งผลิตและปีที่ผลิต ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ผู้ซื้อจะคาดเดาได้ว่ากลิ่นและรสชาติจะต้องเป็นแบบที่ต้องการหรือไม่

สำหรับฉลากบนขวดสุราพื้นบ้านยยังคงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากผู้ผลิตและบรรจุสุราพื้นบ้านโดยส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้ขวดที่ผ่านการใช้งาน เช่น ขวดเบียร์หรือขวดไวน์ที่ผ่านการบริโภคแล้ว ดังนั้นเมื่อรูปทรงของขวดเป็นแบบเดียวกันหมด  การออกแบบฉลากจึงมีความสำคัญมากไม่แพ้การออกแบบ packaging เนื่องจากสามารถสร้างจุดเด่น และสร้างความแตกต่างให้แก่บรรจุภัณฑ์ ส่วนรายละเอียดอย่างน้อยที่สุดที่ควรปรากฏบนฉลากต้องประกอบด้วยข้อมูลเหล่านี้

  1. ตราสินค้า อาจเป็นชื่อของชุมชนหรือชื่อเจ้าของสินค้าก็ได้
  2. ประเภทของสุรา
  3. แหล่งหรือสถานที่ผลิต
  4. ปริมาณแอลกอฮอล์โดยปริมาตร
  5. ปริมาตรสุทธิที่บรรจุ

นอกจากนี้การออกแบบ packaging ในสุราพื้นบ้านที่ต้องการวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายสมัยใหม่ (Modern Trade) ต้องคำนึงถึงบาร์โค้ด หรือ สัญลักษณ์รหัสแท่งที่ติดอยู่บนฉลากด้วย

Continue Reading

เคล็ดลับการออกแบบ packaging ให้ประสบความสำเร็จ

เคล็ดลับการออกแบบ packaging ให้ประสบความสำเร็จ

เคล็ดลับการออกแบบ packaging ให้ประสบความสำเร็จ

            การออกแบบ packaging ให้ออกมาดูดี และสะดุดตาต่อตัวผู้บริโภค ย่อมก่อให้เกิดความประทับใจดูน่าซื้อ คุ้มค่าที่จะเสียเงินไปการการซื้อสินค้าชิ้นนั้น ถือเป็นสิงสำคัญที่เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจต้องนึกถึง เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นบันไดนำไปสู่ความสำเร็จต่อไปในอนาคต

นอกจากตัวสินค้าที่มีคุณภาพดีแล้ว หลายครั้งยังพบว่าสินค้าของเราอาจมีคุณภาพไม่ได้แตกต่างจากคู่แข่งตามท้องตลาดมากนัก ดั้งนั้นสิ่งที่จะเสริมเติมแต่งทำให้สินค้ามีมูลค่าและช่วยให้น่าซื้อมากขึ้น อาจไม่ใช่การนำเสนอด้าน Function การใช้งานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งการออกแบบ packaging ที่ดีแต่ต้องมีการเสริมด้าน Emotion เข้าไปด้วย เนื่องจากการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของคนเรา บางครั้งเราก็ไม่ได้ใช้เหตุผลเสมอไป แต่จะใช้ “อารมณ์” มากกว่า

การออกแบบ packaging ให้เป็นที่ดึงดูดใจ

เราจะออกแบบ packaging อย่างไรให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกอยากซื้อสินค้า ต้องสีจัด ๆ ตัวหนังสือใหญ่ ๆ หรือต้องโชว์ตัวสินค้าให้โดดเด่น ใช่หรือไม่? ทั้งหมดไม่มีคำว่าผิดและถูก นั่นก็ขึ้นอยู่กับความคิดของตัวผู้สร้างสรรค์ออกแบบเองว่าจะทำยังไงให้สินค้าของดูโดดเด่นน่าซื้อ

ดังนั้นการออกแบบ packaging ไม่เพียงแค่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงผลที่ตามมาด้วย เช่น ออกแบบกล่องมาแล้วสวยมาก แต่จำหน่ายไม่ได้เลยก็ถือว่าไม่ได้ผล อาจจะตอบโจทย์ผู้ออกแบบ แต่กับตัวเจ้าของแบรนด์หรือตัวลูกค้าแล้วมันไม่ใช่เลย

การออกแบบ packaging ต้องสื่อสารได้ดี และบ่งบอกสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่งคนอื่น

การออกแบบ packaging ที่ดีจะต้องสื่อสารได้ด้วยตัวมันเอง ถึงแม้ว่าจะวางไว้อยู่เฉย ๆ ก็ตามแต่ก็ทำให้ผู้บริโภครู้ได้ทันทีว่าสิ่งนี้คืออะไร เช่น ใช้ภาพเพื่อสื่อถึงงาน หรือมีข้อความที่บ่งบอกถึงคุณประโยชน์การใช้งานได้ภายในประโยคสั้น ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสินค้าของเรามีจุดแข็งและแตกต่างจากคู่แข่งคนอื่น ก็ควรงัดเอาจุดเด่นตรงนั้นออกมาให้ผู้บริโภคได้รับรู้ ว่าสินค้าเรามันโดดเด่นแตกต่างอย่างไรบ้าง

การออกแบบ packaging ต้องมอบความเชื่อมั่น สะท้อนตัวตนจากภายในสู่ภายนอก

โจทย์ของการออกแบบ packaging สำหรับอาหารสดนั่นก็คือ จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นว่า อาหารที่ถูกบรรจุอยู่ภายในยังคง สด สะอาดและปลอดภัย จริง ๆ หากแบรนด์ไหนสามารถสร้างความเชื่อมั่นน่าเชื่อถือต่อผู้บริโภคได้ ก็จะทำให้เกิดความมั่นใจที่จะเลือกซื้อสินค้าชิ้นนั้น ๆ

Continue Reading